โลจิสติกส์และการบรรจุตู้คอนเทนเนอร์
นำเข้าสินค้าจากจีน ควรเลือกรูปแบบการขนส่งทางเรืออย่างไร?
คำตอบสั้นๆ
เมื่อผู้ซื้อต่างประเทศนำเข้าสินค้าจากจีน รูปแบบการขนส่งทางเรือจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการจัดซื้อ ระยะเวลาการส่งมอบ และความเสี่ยงของสินค้า ขนส่งแบบเหมาตู้ (FCL) แบบรวมตู้ (LCL) และการขนส่งสินค้าพิเศษเหมาะกับคำสั่งซื้อที่แตกต่างกัน ผู้ซื้อควรวางแผนล่วงหน้าตามปริมาตร น้ำหนัก ประเภทสินค้า กำหนดส่งมอบ และเงื่อนไขการพิธีการศุลกากรที่ท่าเรือปลายทาง
ทำไมรูปแบบการขนส่งทางเรือจึงส่งผลต่อต้นทุนการจัดซื้อทั้งหมด?
เมื่อผู้ซื้อต่างประเทศนำเข้าสินค้าจากจีน หลายคนในตอนแรกให้ความสนใจเฉพาะราคาสินค้า แต่มองข้ามรูปแบบการขนส่ง ในความเป็นจริง รูปแบบการขนส่งทางเรือจะส่งผลต่อต้นทุนรวม ระยะเวลาการส่งมอบ ข้อกำหนดด้านบรรจุภัณฑ์ การจัดการพิธีการศุลกากร และความเสี่ยงเมื่อสินค้าไปถึง
สำหรับสินค้าล็อตเดียวกัน หากเลือกการขนส่งแบบเหมาตู้ (FCL) ผู้ซื้อจะสามารถควบคุมเวลาการบรรจุตู้และเวลาส่งออกได้ดีกว่า หากเลือกการขนส่งแบบรวมตู้ (LCL) ค่าใช้จ่ายในช่วงแรกอาจต่ำกว่า แต่สินค้าจะต้องจัดสรรร่วมกับสินค้าของลูกค้ารายอื่น ทำให้การควบคุมเรื่องเวลาและค่าใช้จ่ายที่ท่าเรือปลายทางทำได้ยากขึ้น
ดังนั้น การขนส่งทางเรือจึงไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายของการจัดซื้อ สำหรับสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ โคมไฟไฟส่องสว่าง ฮาร์ดแวร์ สุขภัณฑ์ และสินค้าโครงการ ผู้ซื้อควรพิจารณารูปแบบการขนส่งตั้งแต่ขั้นตอนการสอบราคา
เมื่อไหร่ที่เหมาะสำหรับการเลือกการขนส่งแบบเหมาตู้ (FCL)?
การขนส่งแบบเหมาตู้ (FCL) เหมาะสำหรับคำสั่งซื้อที่มีปริมาณมาก มูลค่าสินค้าสูง หรือผู้ซื้อที่ต้องการควบคุมกระบวนการบรรจุสินค้าเข้าตู้ให้ดียิ่งขึ้น
หากสินค้าสามารถบรรจุเต็มตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต, 40 ฟุต หรือ 40 ฟุต High Cube (40HQ) การขนส่งแบบ FCL มักจะเหมาะสมกว่า ข้อดีของการเหมาตู้คือสินค้าไม่ต้องปะปนกับคำสั่งซื้ออื่น ขั้นตอนการบรรจุตู้มีความชัดเจน ตรวจสอบได้ เมื่อซีลตู้แล้วจะถูกส่งตรงไปยังท่าเรือปลายทาง ทำให้ขั้นตอนระหว่างทางลดลงอย่างมาก
สำหรับเฟอร์นิเจอร์ วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงสินค้าแตกหักง่าย การขนส่งแบบ FCL ยังช่วยลดการขนย้ายซ้ำซ้อน เมื่อสินค้าถูกบรรจุเข้าตู้คอนเทนเนอร์จากโรงงานซัพพลายเออร์หรือคลังสินค้าแล้ว โดยทั่วไปจะไม่มีการขนถ่ายหรือคัดแยกใหม่บ่อยๆ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่สินค้าจะเสียหายได้
หากผู้ซื้อจัดซื้อสินค้าสำหรับโครงการ โดยเฉพาะโรงแรม อพาร์ตเมนต์ พื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือวัสดุงานวิศวกรรม การขนส่งแบบ FCL ยังสะดวกกว่าในการจัดการเครื่องหมายบนกล่องบรรจุภัณฑ์ (Shipping Mark) ลำดับการบรรจุเข้าตู้ และการคัดแยกสินค้าที่ปลายทาง
เมื่อไหร่ที่เหมาะสำหรับการเลือกการขนส่งแบบรวมตู้ (LCL)?
การขนส่งแบบรวมตู้ (LCL) เหมาะสำหรับคำสั่งซื้อที่ปริมาณสินค้าไม่ใหญ่มาก แต่ไม่เหมาะกับการขนส่งทางอากาศ
หากสินค้าของผู้ซื้อมีปริมาตรเพียงไม่กี่ลูกบาศก์เมตร (CBM) การเลือกแบบเหมาตู้จะทำให้สิ้นเปลืองพื้นที่ การขนส่งแบบรวมตู้ (LCL) จึงอาจประหยัดกว่า การขนส่งแบบ LCL มักใช้กับสินค้าตัวอย่าง คำสั่งซื้อทดลองขนาดเล็ก อะไหล่บางส่วน หรือคำสั่งซื้อเติมสต็อก
อย่างไรก็ตาม การขนส่งแบบ LCL ไม่ได้ถูกที่สุดเสมอไป ผู้ซื้อยังต้องคำนึงถึงค่าธรรมเนียมที่ท่าเรือปลายทาง ค่าถอดตู้แยกสินค้า (CFS/Devanning) ค่าเอกสาร ค่าโกดังสินค้า และต้นทุนพิธีการศุลกากรในท้องถิ่น บางครั้งค่าระวางเรือดูเหมือนจะต่ำ แต่เมื่อถึงท่าเรือปลายทางแล้วมีค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดสูง ส่งผลให้ต้นทุนสุทธิไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง
นอกจากนี้ สินค้าแบบ LCL จำเป็นต้องเข้าคลังสินค้าเพื่อรอจัดสรรรวมกับสินค้าอื่น ทำให้ระยะเวลาอาจไม่แน่นอนเท่ากับการขนส่งแบบ FCL หากผู้ซื้อมีความต้องการเข้มงวดเรื่องกำหนดเวลาส่งมอบ หรือสินค้าชำรุดเสียหายได้ง่าย ควรพิจารณาเลือกการขนส่งแบบ LCL อย่างระมัดระวัง
สินค้าขนาดใหญ่และน้ำหนักมากต้องยืนยันอะไรล่วงหน้า?
หากผู้ซื้อจัดซื้ออุปกรณ์ขนาดใหญ่ เครื่องจักรหนัก หินธรรมชาติ หินเผาซินเตอร์ (Sintered Stone) ประตูหน้าต่าง หรือเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ การจัดการขนส่งทางเรือแบบทั่วไปอาจไม่เพียงพอ
สินค้าประเภทนี้จำเป็นต้องยืนยันขนาด น้ำหนัก วิธีการบรรจุภัณฑ์ เงื่อนไขการยกขึ้นลง (Lifting) และประเภทของตู้คอนเทนเนอร์ล่วงหน้า สินค้าบางชนิดสามารถใส่ตู้คอนเทนเนอร์ทั่วไปได้ แต่บางชนิดอาจต้องใช้ตู้เปิดหลังคา (Open Top) ตู้แท่นแท่นเรือ (Flat Rack) หรือแผนการบรรจุสินค้าแบบพิเศษ
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับสินค้าขนาดใหญ่คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบกระทันหัน หากรอจนสินค้าผลิตเสร็จแล้วค่อยพบว่าไม่สามารถเข้าตู้ได้ ไม่สามารถยกขึ้นลงได้ หรือบรรจุภัณฑ์ไม่เหมาะสม จะส่งผลกระทบต่อแผนการส่งออกทั้งหมด
ก่อนลงนามคำสั่งซื้อ ผู้ซื้อควรขอให้ซัพพลายเออร์ระบุขนาดสินค้า ขนาดหลังบรรจุภัณฑ์ น้ำหนักรวม (Gross Weight) และข้อเสนอแนะในการบรรจุเข้าตู้ เพื่อให้สามารถประเมินได้ล่วงหน้าว่าแผนการขนส่งสามารถดำเนินการได้จริงหรือไม่
จัดการอย่างไรเมื่อต้องส่งออกสินค้าจากซัพพลายเออร์หลายรายพร้อมกัน?
ผู้ซื้อต่างประเทศจำนวนมากไม่ได้จัดซื้อจากซัพพลายเออร์จีนเพียงรายเดียว แต่จัดซื้อสินค้าหลายประเภทพร้อมกัน เช่น วัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ ฮาร์ดแวร์ สุขภัณฑ์ และอุปกรณ์เสริมจากโรงงานที่แตกต่างกัน
ในกรณีนี้ รูปแบบการขนส่งต้องได้รับการพิจารณาร่วมกับแผนการรวบรวมสินค้า (Consolidation Plan)
หากต้องนำสินค้าจากซัพพลายเออร์หลายรายมาบรรจุลงในตู้เดียวกัน ผู้ซื้อจำเป็นต้องจัดเตรียมเวลานัดส่งมอบสินค้า คลังสินค้ารวบรวม เครื่องหมายบนกล่อง (Shipping Mark) รายการบรรจุภัณฑ์ (Packing List) และลำดับการบรรจุเข้าตู้ล่วงหน้า มิฉะนั้น อาจเกิดปัญหาว่าสินค้าบางส่วนมาถึงคลังสินค้าแล้ว แต่บางส่วนยังผลิตไม่เสร็จ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกทั้งตู้คอนเทนเนอร์
เมื่อรวมสินค้าจากหลายซัพพลายเออร์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการบริหารจัดการอย่างเป็นศูนย์กลาง ซัพพลายเออร์แต่ละรายจะรับผิดชอบเฉพาะสินค้าของตนเอง แต่สิ่งที่ผู้ซื้อต้องการคือการส่งออกสินค้าทั้งล็อตอย่างราบรื่น
Easysail China สามารถช่วยเหลือด้านโลจิสติกส์ส่งออกจากจีนได้อย่างไร?
Easysail China สามารถช่วยเหลือผู้ซื้อต่างประเทศในการประเมินว่าควรเลือกการขนส่งแบบเหมาตู้ (FCL) แบบรวมตู้ (LCL) หรือการขนส่งสินค้าพิเศษ โดยพิจารณาจากประเภทสินค้า ปริมาณการจัดซื้อ ประเทศปลายทาง และข้อกำหนดด้านเวลาส่งมอบ
เราสามารถช่วยผู้ซื้อประสานงานกับซัพพลายเออร์เพื่อยืนยันขนาดบรรจุภัณฑ์ ปริมาณสินค้า ข้อมูลการบรรจุ แผนการรวบรวมสินค้า และแผนการบรรจุตู้ สำหรับการจัดซื้อจากซัพพลายเออร์หลายราย เรายังช่วยสื่อสารกำหนดเวลาส่งมอบ ตรวจสอบเครื่องหมายบนกล่อง กำกับดูแลการบรรจุเข้าตู้ และประสานงานด้านโลจิสติกส์การส่งออกอย่างครบวงจร
หากคุณกำลังจัดซื้อสินค้าจากจีนและยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกรูปแบบการขนส่งทางเรืออย่างไร สามารถส่งรายการสินค้า ขนาดบรรจุภัณฑ์ ปริมาณการจัดซื้อ ท่าเรือปลายทาง และเวลาส่งออกที่คาดการณ์มายัง Easysail China
เราพร้อมช่วยคุณประเมินความเสี่ยงในการขนส่งล่วงหน้า และเลือกโซลูชันโลจิสติกส์ส่งออกจากจีนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสินค้าล็อตนี้